สรุปดราม่า เลื่อนจ่าย ”เบี้ยยังชีพ” ผู้สูงอายุ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีงบพอ

(10 ก.ย.63) เพจเฟซบุ๊ก ท้องถิ่นไทย โดยนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรณีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำเดือนกันยายน 2563 มีความจำเป็นต้องเลื่อนการจ่ายเงิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 นี้

ไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยง

ขณะที่ นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้แจ้งทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก ท้องถิ่นไทย นั้น กรมบัญชีกลางขอเรียนว่า ตามขั้นตอนการดำเนินการ กรมบัญชีกลางจะต้องตรวจสอบงบประมาณ เพื่อเบิกจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามปฏิทินการจ่าย แต่เมื่อตรวจสอบงบประมาณในเดือนกันยายน 2563 พบว่าไม่เพียงพอ สถ.จึงต้องจัดสรรเพิ่ม กรมบัญชีกลางจึงจะสามารถจ่ายได้

เบี้ยเลี้ยงคนชรา

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางห่วงใยและเข้าใจในความจำเป็นของผู้มีสิทธิทุกท่าน เมื่อ สถ.ได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้วกรมบัญชีกลางจะดำเนินการจ่ายให้ผู้มีสิทธิอย่างเร่งด่วนต่อไป ภายในเดือนกันยายน 2563 ขอให้ติดตามข่าวจากเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง อย่างใกล้ชิด หรือ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน-เวลาทำการ จากกรณี “กรมบัญชีกลาง” ประกาศเลื่อน จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เงินยังไม่เข้าวันที่ 10 ก.ย.นี้ ตามกำหนด ชี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จึงขอไล่เรียงประเด็นดังกล่าวให้ดังนี้

รัฐบอลถังแตก

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 กรมบัญชีกลางได้จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยยังชีพผู้พิการ เข้าบัญชีเงินฝากของผู้มีสิทธิ์แต่ละคนโดยตรง พร้อมยังได้ออกปฏิทินการจ่ายเงินประจำปีงบประมาณ 2563 (เดือนมกราคม-กันยายน 2563) เพื่อให้ทุกคนได้ตรวจสอบวันที่เงินจะโอนเข้าบัญชีกันด้วย ซึ่งปกติแล้ว จะจ่ายให้ทุกวันที่ 10 ของเดือน แต่หากเดือนใดตรงกับวันหยุด ก็จะเลื่อนวันขึ้นมาจ่ายให้เร็วขึ้น

 

ผู้สูงอายุมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้

  • อายุ 60-69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน

  • อายุ 70-79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน

  • อายุ 80-89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน

  • อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน

 

ส่วนผู้พิการ คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติเพิ่มเบี้ยคนพิการจาก 800 บาท/เดือน เป็น 1,000 บาท/เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้พิการ โดยเริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

แต่เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2563 แฟนเพจ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองแสนสุข โพสต์ข้อความว่า กรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิรับเงินและโอนเข้าบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ภายในกำหนดเวลาภายในวันที่ 10 กันยายน 2563 เนื่องจากติดขัดขั้นตอน เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ไป-กลับ ระหว่างกรมบัญชีกลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น