อ่านม็อบ”นักศึกษา” ลบล้างรัฐบาลทหาร ประจักษ์ ก้องกีรติ

ชุมนุม 19 กันยา

ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นักวิชาการที่เกาะติดขบวนการนักศึกษา ผ่านงานวิจัย และมีข้อค้นพบเชิง “ประจักษ์” ที่ถูกอ้างอิงระดับนานาชาติ

เจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ “ก่อนจะถึง 14 ตุลา: ความเคลื่อนไหวทางการเมืองวัฒนธรรมของนักศึกษาและปัญญาชนภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร” (พ.ศ.2506-2516) ต่อมาปรากฏตัวเชิงวรรณกรรม เป็นหนังสือชื่อ “และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ: การเมืองวัฒนธรรมของนักศึกษาและปัญญาชนก่อน 14 ตุลา” ต่อยอดด้วยงานวิจัยระดับปริญญาเอก “เจ้าพ่อ กระสุนปืนและหีบการเลือกตั้ง”

ม็อบการเมือง

วาระ 19 กันยายน 2563 กำลังจะอุบัติขึ้นของขบวนการนักศึกษา “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ตั้งเป้าปลดแอกภาระและพันธการการเมืองแบบดั้งเดิม ที่อยู่คู่ “ระบอบประยุทธ์” มานานกว่าครึ่งทศวรรษ

 

ตั้งเงื่อนไขไต่ระดับตั้งแต่ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แก้ไขรัฐธรรมนูญ หยุดคุกคามประชาชน และยุบสภา ต่อด้วย 2 จุดยืน ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ และรัฐประหาร จนถึง 1 ความฝันสูงสุด

 

ประชาชาติธุรกิจ สนทนากับ “ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ” ทั้งประเมินสถานการณ์ร้อน 19 กันยายน และการลงจากอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เขาประเมินว่า “ยากจะประเมิน ฉากจบ”

 

ประเมินสถานการณ์ 19 กันยายนนี้ ขบวนการนักศึกษาจะนำไปสู่อะไร

ไม่เชื่อว่ารุนแรงอย่างที่หลายคนโหมกระพือว่าจะมีการปะทะรุนแรง เพราะปกติความรุนแรงในการชุมนุมตามประวัติศาสตร์เกิดจากฝ่ายรัฐ ฝ่ายนักศึกษาเขาอยากยกระดับมากกว่า 16 สิงหาคม แต่ไม่ใช่ยกระดับจากสันติวิธีไปเป็นรุนแรง แต่จะยกระดับในเชิงปริมาณหรือเชิงแท็กติกบางอย่างเพราะเขารู้ว่าต้องสันติวิธี ถ้าไม่สันติวิธีเมื่อไหร่ความชอบธรรมจะลดแน่นอน คนไม่อยากเห็นความวุ่นวาย นองเลือด การยกระดับจะเป็นการยกระดับเชิงความคิด อุดมการณ์

ประจักษ์ ก้องกีรติ

ในเชิงปริมาณเท่าๆ กับ 16 สิงหาคม และอาจมากกว่าที่ราชดำเนิน มีแนวโน้มที่ ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์จะล้น ไปที่สนามหลวง เพราะพื้นที่มีนิดเดียว ซึ่งอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ที่จะรื้อฟื้นสนามหลวงมาเป็นที่สาธารณะ เพราะสนามหลวงเคยเป็นสถานที่สาธารณะที่คนทั่วไปใช้ได้ แต่ตอนหลังถูกปิด

 

และยังไม่เห็นว่าฝ่ายรัฐจะมาทำอะไรรุนแรงตอนนี้ เพราะเป็นช่วงขาลงของรัฐบาล ประชาชนเสื่อมศรัทธา บริหารเศรษฐกิจลำบาก ถ้าเกิดนองเลือดตอนนี้ยิ่งวิกฤต

ท่าทีของรัฐบาลจะมีแท็คติกรับแบบไหน

เป็นโจทย์หนักของรัฐบาล เพราะรัฐบาลอยู่มา 6 ปี นับจาก คสช.ไม่เคยเผชิญม็อบใหญ่มาก่อน 16 สิงหาคม ที่ราชดำเนิน เป็นม็อบใหญ่ที่สุด รัฐบาลเป็นช่วงที่ขาดประสบการณ์และขาดทักษะในการรับมือ  และม็อบนักศึกษาต่างจากม็อบเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. เพราะมีการ์ดรักษาความปลอดภัย บางคนมีความเชี่ยวชาญใช้อาวุธ รัฐมีแนวโน้มม็อบเหล่านี้เป็นม็อบผู้ใหญ่แบบฮาร์ดคอร์ แล้วม็อบเน้นการไปบุก ยึดสถานที่ต่างๆ นำไปสู่การปะทะ ฝ่ายรัฐจึงเตรียมติดอาวุธไปรับมือ

 

แต่ม็อบนักศึกษาเป็นม็อบที่สันติวิธีมากๆ ต่อให้ไปยึดสนามหลวง ยึดโดยมวลชนเด็กๆ จะทำอย่างไร ใช้แก๊สน้ำตา สลายการชุมนุมเหรอ ในเมื่อยังอยู่ในกรอบแบบสันติที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ไม่ได้มุ่งปะทะ

 

โจทย์ของรัฐบาลยากกว่านักศึกษาจะรับมืออย่างไรในภาวะที่ความชอบธรรมต่ำ ซึ่งทำอะไรผิดนิดหนึ่งเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ทำให้คนต่อต้านรัฐมากขึ้น เพราะพล.อ.ประยุทธ์วันนี้ไม่เหมือนพล.อ.ประยุทธ์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

 

รัฐบาลไม่สามารถออกอาวุธทางการเมืองได้

ออกได้น้อย ใช้ยุทธวิธีเดิม เป็นยุทธวิธีตามกฎหมาย ไล่จับ หรือ จับบางคนก่อนวันที่ 19 กันยายน ก็ได้เพื่อตัดกำลังของฝ่ายชุมนุม

รัฐธรรมนูน

รัฐบาลจะมีแท็กติกไหนที่ทำให้ม็อบนักศึกษาเสียขบวน

ตอนนี้ยังมองไม่เห็น รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่รัฐบาลยอมบ้างถอยบ้าง แต่ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลค่อนข้างขี้เหร่ นักศึกษาไม่พอใจแน่ ถ้าจะแก้แบบนี้ เพราะที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของรัฐบาล คุมเกมในการร่างได้หมด และให้ตัวแทนนักศึกษา 10 คน จาก 200 คน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปออกแบบการเลือกอีก จะไม่ได้แกนนำนักศึกษาเยาวชนปลดแอกหรอก แต่จะได้แกนนำนักศึกษาจัดตั้ง สนับสนุนฝ่ายรัฐ ดังนั้น วันที่ 19 กันยายน นักศึกษาต้องรุกกลับแน่นอน

 

และยังมีตัวเทียบของร่างรัฐธรรมนูญฝ่ายค้านที่ ส.ส.ร.มีความหลากหลายกว่า รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน อย่างไอลอว์ ซึ่งนักศึกษาเห็นแล้วว่าดูดีกว่า

 

และมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ ส.ว. แม้ญัตติของก้าวไกลจะตก แต่ในการชุมนุมของนักศึกษาประเด็น ตัดอำนาจ ส.ว.แทบจะเป็นฉันทามติ เขาไม่เอาแล้ว ส.ว. ไม่ใช่แค่ตัดอำนาจนายกฯ แต่เรียกร้องไปถึงสภาเดี่ยว ส.ว.ไม่มีประโยชน์ เป็นส่วนเกินของประชาธิปไตย ไม่เห็นความจำเป็น

 

แรงกดดันของม็อบวันที่ 19 กันยายน ต่อ ส.ว.จะหนักขึ้น เพราะเขาต้องการให้ ส.ว.ออกไปเลยด้วยซ้ำ จะขีดเส้นตายมากขึ้น เพราะ ส.ว.เป็นปราการด่านสำคัญของการรักษาระบอบการสืบทอดอำนาจ ดังนั้น จะกลายเป็นศัตรูหมายเลข 1 หมายเลข 2 ของการชุมนุม และนักศึกษาฉลาดแล้วไม่ได้โง่ ที่จะไปสอดไส้ปมต่างๆ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเรื่องการหยุดคุกคามยังไม่ได้ผล ยังคุกคามรายวัน แค่ข้อเรียกร้อง 3 ข้อก็หนักแล้ว

ประยุทธ์

และ 2 เรื่องรัฐบาลแห่งชาติ และการรัฐประหาร จุดยืนจะถูกตอกย้ำในการชุมนุมวันที่ 19 กันยายน ตอนนี้เริ่มมีเค้าบางอย่างที่พยายามจะผลักการมีรัฐบาลแห่งชาติ นายกฯ คนนอก ขึ้นมาจริง ยิ่งไปตอกย้ำสิ่งที่นักศึกษาเคยเชื่อว่าจะเกิดขึ้น นักศึกษาจะยิ่งต่อต้านหนักในเรื่องไม่เอารัฐประหารกับรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลยิ่งขยับอะไรไม่ได้เลย หรือ พวกชนชั้นนำที่จะผลัก 2 เรื่องนี้ ไม่ได้เลยจะยิ่งโดนต้านหนัก และเข้ามาก็บริหารไม่ได้หรอก

 

“ขนาด 3 ป.ยังคุมพรรคร่วมรัฐบาล คุม ส.ส.ไม่อยู่ แล้วนายกฯ คนนอกเป็นใคร ลอยมา ไม่มีฐานอะไรเลย ไม่ใช่แบบตอนพฤษภาทมิฬ 2535 จบไปแล้ว แล้วการเมืองไทยยังมีเหรอ…คนกลาง ที่คนรับได้ แค่เสนอชื่อคุณอานันท์ ปันยารชุนมา คนก็มองว่าอาวุโสมากแล้ว แล้วคนก็ไปขุดรูปมาว่าเคยถ่ายรูปกับคุณณัฏฐพล (ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ) กับภรรยา ก็ไม่เหลือแล้วคนกลาง เพราะชนชั้นนำไทยเทหมดหน้าตักแล้วตอนชุมนุม กปปส.ไม่มีใครมาแล้วคนยอมรับว่าคนนี้จะมาแบบสมานฉันท์ ไม่อยู่ในความขัดแย้ง สร้างสามัคคีให้คนในชาติ…ไม่มี”