“ประชาชนปลดแอก” เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว !!! ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ

ประชาชนปลดแอก

ม็อบประชาชนปลดแอกมากันล้นลงถนน ตั้งเวทีเตรียมปราศรัยใหญ่ ไม่เอาเผด็จการ ทำให้ต้องปิดการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยบางส่วนไปโดยปริยาย

ประชาชนปลดแอก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกลุ่มคณะประชาชนปลดแอกนัดชุมนุมใหญ่ของประชาชนปลดแอก เพื่อย้ำ 3 ข้อเรียกร้องกับ 2 จุดยืน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น.

 

ในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกำลังตำรวจ 4 กองร้อย กองร้อยละ 150 นาย รวม 600 นาย พร้อมตำรวจชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ ลงพื้นที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตั้งแต่บ่ายโมงไปจนจบสถานการณ์ ป้องกันกลุ่ม ประชาชนปลดแอก ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย และป้องกันบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย

ประชาชนปลดแอก

ทั้งนี้ สน.ชนะสงคราม จะรับผิดชอบพื้นที่ฝั่งร้านแมคโดนัลด์ของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่าเลือกข้างประชาธิปไตย โดยช่วงเช้า พ.ต.ท.ปิติพันธ์ กฤดากร ณ อยุธยา รองผกก.สน.ชนะสงคราม มาทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้ชุมนุมอย่างสงบ และอนุญาตให้ชุมนุมได้บนทางเท้าเท่านั้น ซึ่งวันนี้ส่วนของสน.ชนะสงคราม จัดกำลัง 2 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย และกลุ่มนี้ได้ขออนุญาตชุมนุมไว้ 10.00-15.00 น. ก่อนไปรวมกับกลุ่มคณะประชาชนปลดแอก

 

ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ชุมนุมและนักศึกษาประชาชนปลดแอก เริ่มทยอยเดินทางมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนผู้ชุมนุมเริ่มล้นลงถนนราชดำเนิน ก่อนผู้ชุมนุมจะฮือลงไปบนถนน ทำให้ต้องปิดการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยบางส่วนไปโดยปริยาย ก่อนเตรียมตั้งเวทีปราศรัยใหญ่

หากใครที่สงสัยว่าทำไมจึงมีการชุมนุม ประชาชนปลดแอก เกิดขึ้น

การที่ทำให้การชุมนุมปลดแอกนี้เกิดขึ้น

สาเหตุหลักคือ ความไม่พอใจในการบริหารประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในหลาย ๆ ด้าน และต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

– เรื่องการเกณฑ์ทหาร ทางกลุ่มมองว่า ควรจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนมาใช้ระบบสมัครใจแทน เนื่องจากในปัจจุบัน ทหารที่เกณฑ์เข้าไปแบบไม่สมัครใจ (จับสลาก) มักสูญเสียโอกาสการใช้ชีวิตแบบปกติไป 2 ปี บางคนสูญเสียงาน บางคนสูญเสียอนาคต และชีวิตที่เข้าไปอยู่ในค่ายทหาร ก็มักมีข่าวว่า ทหารเกณฑ์ถูกทำร้าย บ้างก็เอาทหารไปทำงานเป็นพลทหารรับใช้ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่หลัก

ฉะนั้นต้องมีการเปลี่ยนระบบเป็นระบบสมัครใจ และปฏิรูปคุณภาพชีวิต สวัสดิการของทหารให้ดียิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

– เรื่องงบประมาณกระทรวงกลาโหม ทางกลุ่มมองว่า มีการใช้งบประมาณเยอะเกินไป ทั้งที่ประเทศมีปัญหาอื่น ๆ ที่ต้องแก้ไขมากกว่าการซื้ออาวุธ เช่น การศึกษา ปัญหาสังคม ปากท้อง ภัยพิบัติ ถ้าลดงบกระทรวงกลาโหมนำมาใช้ส่วนนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า

– เรื่องการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน ทางกลุ่มมองว่า รัฐบาลมีการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรค พรรคที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลชุดนี้ มักมีชะตากรรมถูกยุบพรรคอยู่เสมอ ล่าสุดที่เกิดขึ้นคือ พรรคอนาคตใหม่ แต่ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ พอมีคดียุบพรรค ก็รอดอยู่เสมอเช่นกัน