อีกครั้ง “พรก“ฉุกเฉินรอบที่ 5 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 63

ต่อพรก 1 เดือน

ก่อหน้านี้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และรองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า ศบค.ชุดเล็กเตรียมเสนอศบค.ชุดใหญ่เพื่อต่อพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือพรกฉุกเฉิน อีก 1 เดือน

ข่าวไทย

วันที่ 20 ส.ค. 63 ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เผยว่าในวันนี้มีมติต่อพระราชกำหนดฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน เนื่องจากการแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อโดยการต่อ พรกฉุกเฉินในครั้งนี้เป็นรอบที่ 5 แล้วตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ซึ่งครั้งนี้จะต่อขยายเพื่อครอบคลุมไปทั้งเดือนกันยายน ส่วนการประเมินสถาการณ์การชุมนุมของนักศึกษาของหน่วยงานด้านความมั่นคงนั้น พล.อ.สมศักดิ์ เผยต่อว่าการชุมนุมนั้นเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

พรก

และวันนี้ (21 สิงหาคม) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงหลังการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ว่า ในที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เสนอรายงานสถานการณ์นอกประเทศว่ายังมีการติดเชื้อสูงอยู่ ส่วนในประเทศมีการผ่อนคลายต่างๆ เหมือนปกติไปแล้ว ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะนำมาบังคับใช้ในเรื่องต่างๆ ยังเข้าไปใช้ไม่ได้เต็มที่ ต้องบูรณาการกันอีก กฎหมายยังมีไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พรก ฉุกเฉิน ที่กำลังจะสิ้นสุดการประกาศวันที่ 31 สิงหาคมนี้ โดยจะต่อไปอีก 1 เดือน ไปสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ต่อ พรก

ทั้งนี้ยังยืนยันว่าจะไม่มีการนำ พรกฉุกเฉินฯ ในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาบังคับใช้กับการชุมนุม แต่หากการชุมนุมเป็นไปตามกรอบกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไรแม้ว่าจะกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศส่วนกรณีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เดินทางกลับจากประเทศตรวจพบที่ รพ.รามาฯ นั้น ขอให้อยู่ในการดูแลของกระทรวงสาธารณสุขและเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกันกับการพิจารณาทบทวนมาตรการใหม่ ซึ่งในวันศุกร์นี่จะมีการประชุมในเรื่องที่มีการผ่อนคลายมาตรการไปแล้วทั้งการเปิดเรียนเต็มรูปแบบ ระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงการอนุญาตให้เข้าชมกีฬ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นไม่กระทบกับทั้ง 3 กรณีที่ผ่อนปรนไปแต่ต้องสืบส่วนต่อไป

ราชกิจนุเบกษา